SatFinder_SKA_Khanchai 6.629°N 100.423°EOJ06fp52 ม. โรงเรียนสะเดา “ขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์”

ฟ้าเหนือสะเดา ในเวลา 80 นาที บ่ายวันที่ 3 กันยายน 2569 ดาวเทียม 10 ดวงบินผ่านเหนือโรงเรียนของเรา สถานีเล็ก ๆ บนดาดฟ้าได้ยินทุกดวง และบันทึกไว้ 160 ข้อความ นี่คือสิ่งที่มันได้ยิน

มองจากดาดฟ้าโรงเรียนขึ้นไปตรง ๆ จุดกึ่งกลางคือเหนือหัวพอดี ขอบวงนอกสุดคือเส้นขอบฟ้า แต่ละจุดคือหนึ่งข้อความที่รับได้ จุดใหญ่และสว่างแปลว่าสัญญาณแรง

สถานีนี้คืออะไร

อุปกรณ์ราคาไม่กี่พันบาทบนดาดฟ้าตึก ทำหน้าที่เดียวคือ “ฟัง” ดาวเทียมที่บินผ่าน

ดาวเทียมวงโคจรต่ำจำนวนมากส่งสัญญาณวิทยุกำลังต่ำลงมาเป็นระยะ เพื่อรายงานสถานะของตัวเอง สัญญาณเหล่านี้ใช้เทคนิค LoRa ซึ่งเป็นคลื่นวิทยุแบบเดียวกับที่ใช้ในเซ็นเซอร์ IoT ตามฟาร์มและโรงงาน เพียงแต่ส่งมาจากความสูงราว 900 กิโลเมตร

สถานีของเราเป็นส่วนหนึ่งของ TinyGS เครือข่ายสถานีภาคพื้นแบบอาสาสมัครที่กระจายอยู่ทั่วโลก ทุกครั้งที่สถานีรับข้อความได้ ข้อความนั้นจะถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์กลางให้ทุกคนใช้งานร่วมกัน เราจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้ข้อมูล แต่เป็นผู้ผลิตข้อมูลให้โลกด้วย

01

ดาวเทียมส่ง

ส่งข้อความสั้น ๆ ที่ย่าน 400 เมกะเฮิรตซ์ ด้วยกำลังส่งระดับเดียวกับหลอดไฟฉาย

02

สายอากาศรับ

สายอากาศบนดาดฟ้ารับคลื่นที่อ่อนลงจนเหลือกำลังราวหนึ่งในล้านล้านของหลอดไฟฉาย

03

บอร์ดถอดรหัส

บอร์ด ESP32 พร้อมโมดูลวิทยุ แปลงคลื่นเป็นข้อมูลดิจิทัลและตรวจสอบความถูกต้อง

04

ส่งขึ้นเครือข่าย

ข้อมูลวิ่งผ่านอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนไปรวมกับสถานีอื่นทั่วโลกที่ tinygs.com

ดาวเทียมผ่านฟ้าเมื่อไรบ้าง

แต่ละแท่งคือช่วงที่ดาวเทียมดวงนั้นอยู่ในระยะได้ยิน ส่วนใหญ่นานเพียง 4–8 นาทีต่อรอบ

ได้ยินใครบ้าง

เก้าดวงแรกคือกลุ่มดาวเทียม Tianqi ของจีน ที่ทำหน้าที่รับส่งข้อมูล IoT ส่วน FossaSat-2E25 เป็นดาวเทียมจิ๋วขนาดไม่กี่เซนติเมตรจากโครงการโอเพนซอร์สในสเปน

ดาวเทียมข้อความแรงสุด (dBm)ใกล้สุด (กม.)สูงสุด (°)

อีก ข้อความรับได้ชัดเจนแต่ยังระบุไม่ได้ว่ามาจากดวงไหนในกลุ่ม Tianqi

ทำไมบางดวงชัด บางดวงแผ่ว

คำตอบอยู่ที่เรขาคณิตล้วน ๆ ดาวเทียมที่ผ่านใกล้กลางหัวอยู่ห่างเราน้อยกว่าดวงที่เฉียดขอบฟ้าถึงสามเท่า

ดาวเทียมโคจรที่ความสูงเท่ากันราว 900 กิโลเมตร แต่ถ้ามันอยู่เฉียดขอบฟ้า คลื่นต้องเดินทางเฉียงไกลถึง 3,263 กิโลเมตร และลอดผ่านชั้นบรรยากาศหนากว่ามาก สัญญาณจึงอ่อนกว่าเห็นได้ชัด
จุดหนึ่งจุดคือหนึ่งข้อความ ยิ่งไปทางขวา (ไกลขึ้น) จุดยิ่งไหลลงล่าง (สัญญาณอ่อนลง) นี่คือกฎกำลังสองผกผันที่นักเรียนเรียนในวิชาฟิสิกส์ ปรากฏจริงในข้อมูลของเราเอง

เราไม่ได้ฟังอยู่คนเดียว

ข้อความเดียวกันมักถูกหลายสถานีทั่วโลกรับได้พร้อมกัน

ข้อความหนึ่งชิ้นที่เรารับได้ มีสถานีอื่นรับได้พร้อมกันสูงสุดถึง 33 แห่ง หลายข้อความมีเพียงไม่กี่สถานีที่ได้ยิน ซึ่งหมายความว่าถ้าสะเดาไม่ฟัง ข้อมูลชิ้นนั้นอาจหายไปเลย

ศัพท์ที่ควรรู้

Packet
ข้อความหนึ่งชิ้นที่ดาวเทียมส่งลงมา ยาวไม่กี่สิบไบต์ เทียบได้กับ SMS หนึ่งข้อความ
RSSI (dBm)
ความแรงสัญญาณที่รับได้ เป็นเลขติดลบ ยิ่งใกล้ศูนย์ยิ่งแรง −110 ถือว่าดีมาก ส่วน −140 คือแผ่วจนเกือบไม่ได้ยิน
SNR (dB)
สัญญาณเทียบกับเสียงรบกวน ค่าติดลบแปลว่าสัญญาณจมอยู่ใต้เสียงรบกวน แต่ LoRa ยังขุดขึ้นมาอ่านได้
Elevation
มุมเงย 0 องศาคือขอบฟ้า 90 องศาคือเหนือหัวพอดี
Azimuth
ทิศทางที่ต้องหันไป 0 องศาคือทิศเหนือ 90 คือตะวันออก 180 คือใต้
LoRa
เทคนิคส่งวิทยุที่ยอมส่งช้าเพื่อแลกกับระยะทางไกลและใช้พลังงานต่ำ จึงเหมาะกับดาวเทียมดวงเล็ก
CRC
รหัสตรวจสอบว่าข้อความที่รับมาครบถ้วนไม่ผิดเพี้ยน วันนี้ผ่าน 159 จาก 160 ข้อความ
NORAD ID
หมายเลขประจำตัววัตถุในอวกาศที่ใช้อ้างอิงกันทั้งโลก

ต่อยอดในห้องเรียนได้อย่างไร

  1. วิทยาการคำนวณ ให้นักเรียนดาวน์โหลดไฟล์ CSV ชุดนี้ไปเปิดใน Google Sheets หรือ Python แล้วตอบคำถามด้วยข้อมูลจริง เช่น ดาวเทียมดวงไหนส่งข้อความมากที่สุด ช่วงเวลาใดฟ้าว่างที่สุด
  2. ฟิสิกส์ พล็อตกราฟระยะทางกับความแรงสัญญาณ แล้วเทียบกับกฎกำลังสองผกผัน ใช้ข้อมูลของโรงเรียนเองแทนโจทย์ในหนังสือ
  3. ภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ นำพิกัดใต้ดาวเทียมไปวางบนแผนที่ใน QGIS หรือ Google Earth เพื่อดูว่าตอนที่เราได้ยิน ดาวเทียมลอยอยู่เหนือประเทศใด
  4. คณิตศาสตร์ คำนวณระยะเฉียงจากมุมเงยและความสูงวงโคจร ด้วยกฎของโคไซน์ แล้วตรวจคำตอบกับค่าที่สถานีบันทึกไว้จริง
  5. ชุมนุมและโครงงาน ตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลข เช่น รับให้ครบ 1,000 ข้อความในหนึ่งเดือน หรือปรับสายอากาศให้รับดาวเทียมที่มุมเงยต่ำกว่า 10 องศาได้ดีขึ้น
  6. ประชาสัมพันธ์โรงเรียน สถานีนี้มีชื่อปรากฏบนแผนที่โลกของ TinyGS ร่วมกับสถานีจากทุกทวีป เป็นหลักฐานที่จับต้องได้ว่านักเรียนสะเดามีส่วนร่วมในเครือข่ายวิทยาศาสตร์ระดับโลก